นอนไม่หลับกินยาแก้แพ้แทนได้ไหม ?

  • 21 Apr 2017
  • /
  • 68

ยาแก้แพ้ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ตามผลข้างเคียง ได้แก่

1.ชนิดที่ทำให้ง่วง(ยาแก้แพ้รุ่นเดิม) เช่น คลอร์เฟรามีน (Chlorpheniramine), ไดเฟนไฮดรามีน (Diphenhydramine) เป็นต้น ยาในกลุ่มนี้สามารถใช้รักษาอาการเยื่อจมูกอักเสบเนื่องจากภูมิแพ้ ที่มีอาการคัน, จาม, น้ำมูกไหล และมักให้ร่วมกับยาชนิดอื่นตามอาการที่แสดง ผื่นลมพิษ ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง อาการคันผื่นขึ้นเนื่องจากแมลงกัดต่อย สัมผัสพืชพิษ หรือสัมผัสสารเคมีบางอย่าง นอกจากนี้ยังสามารถบรรเทาอาการเมารถ เมาเรือได้ เนื่องจากยากลุ่มนี้ทำให้ง่วงซึม จึงควรระวังการใช้ในผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับการควบคุมเครื่องจักร ขับรถ และห้ามใช้ร่วมกับยากล่อมประสาท ยานอนหลับ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ระวังการใช้ในเด็กเล็ก เพราะอาจทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หญิงมีครรภ์ที่ต้องการใช้ยาจึงควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง

2.ชนิดที่ไม่ทำให้ง่วงนอน(ยาแก้แพ้รุ่นใหม่) ยากลุ่มนี้สามารถใช้รักษาอาการต่าง ๆ ได้คล้ายกับยากลุ่มดั้งเดิม ให้ผลดีกว่าในการลดผื่นลมพิษแบบเฉียบพลัน และลดอาการคันได้เร็วกว่ายาอื่นในกลุ่มเดียวกัน เนื่องยาออกฤทธิ์เร็ว แต่อาจให้ผลบรรเทาอาการน้ำมูกไหล อาการเมารถ เมาเรือได้ไม่ดีเท่ากลุ่มดั้งเดิม

            อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดอาการแพ้ สิ่งที่สำคัญที่ต้องทำเป็นอันดับแรก คือสังเกตว่าสิ่งใดที่ทำให้แพ้ และหลีกเลี่ยงเมื่อต้องเจอตัวการที่ทำให้แพ้ เลือกใช้ยาแก้แพ้อย่างถูกต้อง หมั่นออกกำลังกาย กินอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเมื่อต้องการใช้ยา

ยาแก้แพ้รุ่นเดิมมักก่อให้เกิดอาการง่วงนอนได้ จึงมีการนำมาใช้แทนยานอนหลับ แต่จะใช้อย่างไรให้ปลอดภัย ?

1.ควรใช้ยานี้ในช่วงเวลาสั้น ๆ เป็นครั้งคราวไม่ใช้ต่อเนื่องยาวนาน

2.ไม่ควรใช้ยาชนิดนี้ร่วมกับการดื่มสุรา หรือยากดประสาท เช่น ยานอนหลับ ยาคลายเครียด

3.ยานี้อาจก่อให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ทั่วไป เช่น วิงเวียนศีรษะ ปากแห้ง จมูกแห้ง คอแห้ง ปวดศีราะ เบื่ออาหาร ไม่สบายท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ปัสสาวะลำบาก ท้องเสีย หรือท้องผูก

4.ยานี้อาจก่อให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ที่รุนแรง เช่น มีปัญหาในการมองเห็น มองเห็นไม่ชัด ปัสสาวะลำบากปัญหาในการหายใจ อาการกระวนกระวาย ตื่นเต้น วิตกกังวล นอนไม่หลับ (พบมากในเด็ก) หน้ามืดวิงเวียนคล้ายจะเป็นลม หัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ ใจสั่น หรือเจ็บแน่นหน้าอก การชัก การเกร็งของกล้ามเนื้อและใบหน้า

5.ผู้ที่สวมใส่คอนแทคเลนส์อาจรู้สึกไม่สบายตาเพราะ ตาแห้ง และมองไม่ชัด อาจใช้ยาหยอดตาเพื่อช่วยหล่อลื่นในตา

6.สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบ ควรระวังการใช้ยานี้ เนื่องจากเด็กมีความไวในการตอบสนองต่อยานี้มาก อาการข้างเคียงของยาอาจเกิดในทางกลับกัน คือแทนที่เด็กจะง่วงนอนกลับนอนไม่หลับร้องไห้ กวนโยเย เด็กบางคนจะมีอาการใจสั่น ตื่นเต้นหรือถึงกับชัก ถ้าได้รับยาในขนาดสูง ๆ

7.ในหญิงมีครรภ์ ควรใช้ในกรณีที่จำเป็นจริง ๆ และควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้

8.สำหรับหญิงให้นมบุตรการกินยาแก้แพ้อาจทำให้น้ำนมลดน้อยลง และยาจะขับออกทางน้ำนม จึงควรให้ลูกงดนมแม่ ดูดนมขวด ชั่วคราวขณะใช้ยา

9.ยานี้มีฤทธิ์ทำให้นอนหลับอ่อน ๆ จึงเหมาะสำหรับอาการนอนไม่หลับที่ไม่รุนแรง หากกินแล้วไม่ได้ผลก็ควรจะปรึกษาแพทย์เพื่อค้นหาสาเหตุ และให้การรักษาที่ถูกต้องจะดีกว่า

Site Map

CONTACT

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
24/88 ถนนติวานนท์ อำเภอเมือง
จังหวัดนนทบุรี 11000
02-590-7118
[email protected]